06 : 青 คือสีเขียวหรือสีฟ้า?
สวัสดีค่ะทุกคน มาพบกันในบล็อกอีกแล้วนะคะ วันนี้เราจะมาในหัวข้อนอกห้องเรียนกันอีกครั้งนึงค่ะ แต่ครั้งที่มาพร้อมกับข้อสงสัยอย่างนึงที่เราสงสัยมานานแล้วเกี่ยวกับญี่ปุ่น นั่นก็คือ เรื่องของคำเรียกสีนั่นเอง
ทุกคนเคยสงสัยกันมั้ยคะ ว่าจริงๆแล้วถึงคนเราจะมองเห็นสีต่างๆบนโลกนี้เหมือนกัน แต่ในแต่ละภาษามีการตั้งคำเรียกสีเหล่านั้นขึ้นมายังไงกันบ้าง แล้วมันจะเหมือนกันไปหมดทั้งโลกนี้รึป่าวนะ ข้อสงสัยนี้ก็เกิดขึ้นจากตอนที่เราเรียนภาษาญี่ปุ่นนั่นเองค่ะ ตอนที่เราเรียนเรื่องสีกัน ทุกคนเคยสังเกตมั้ยคะว่ามันจะมีคำคำนึงที่พวกเราอาจจะเคยสับสนมาก่อนว่าสรุปแล้วคำๆนี้จะต้องแปลว่าสีอะไรในภาษาไทยกันน้า
ใช่แล้วค่ะ นั่นคือคำว่า 青 (あお) หรือ 青い (あおい) ที่จะแปลว่าสีน้ำเงินก็ได้ สีเขียวย่อมได้ ตอนเรียนนี่เป็นงงไปพักนึงเลยล่ะค่ะว่าทำไมไฟจราจรที่เป็นไฟเขียวของญี่ปุ่นถึงใช้คำว่า 青 กัน นั่นมันสีน้ำเงินไม่ใช่หรอ หรือแอปเปิ้ลเขียว แต่ทำไมภาษาญี่ปุ่นกลับใช้คำว่า 青いりんご
ด้วยความสงสัยนี้ เราก็เลยได้ลองไปหาคำตอบว่าทำไมกันนะ ทำไมภาษาญี่ปุ่นถึงมีการใช้คำว่า 青 เพื่อสื่อถึงสีทั้งสองสีรวบไปในคำๆเดียวกัน ไม่เหมือนกับในภาษาไทย
ก่อนที่จะไปหาคำตอบเรื่องคำเรียกสีในภาษาญี่ปุ่น เรามารู้จักคำเรียกสีพื้นฐานกันก่อนดีกว่าว่าคืออะไร
แน่นอนว่า ในทุกภาษาย่อมมีคำเรียกสี แล้วแต่ว่าจะมีมากหรือน้อยแค่ไหน และแต่ละภาษาจะจำแนกหมวดหมู่แต่ละสียังไงก็จะแตกต่างกันออกไป มีการศึกษาเรื่องเกี่ยวกับคำเรียกสีสันต่างๆของคุณBerlin & Kay ในปี 1969 ได้ทดลองให้ผู้พูด 20 คนที่พูดภาษาแตกต่างกันมาจัดประเภทสี โดยใช้ Munsell chips หรือชาร์ตสีต่างๆรวมถึง 330 เฉดสีกันเลย! เพื่อดูว่าคนที่พูดแต่ละภาษาเนี่ยเขามีการแยกขอบเขตของแต่ละสียังไง เช่น สีแดงมีขอบเขตตั้งแต่เฉดสีไหนถึงสีไหน และดูว่าใจกลางของแต่ละสีสำหรับคนพูดแต่ละภาษาคือตรงไหน ซึ่งใจกลางสี(focal color) ก็คือ สีที่คนมองแล้วรู้สึกว่านี่แหละคือตัวอย่างของสีในอุดมคติเลย เช่น ถ้าพูดถึงสีแดง สีแดงในอุดมคติคือสีเฉดนี้เลย โดยจะทำการจุดสีที่คิดว่าเป็นใจกลางสีเอาไว้ และนี่ก็คือตัวอย่างคร่าวๆที่ได้จากการทดลองค่ะ
ผลที่ออกมาก็คือ คนที่พูดแต่ละภาษาก็มีการแบ่งขอบเขตของแต่ละสีต่างกันไป แต่ทุกภาษามีการกำหนดใจกลางแต่ละสีที่เหมือนๆกัน! เรียกได้ว่ามีลักษณะของคำเรียกสีที่เป็นสากลอยู่ โดยคำเรียกสีพื้นฐานที่แต่ละภาษามีร่วมกันมีอยู่ 11 สี ได้แก่ สีดำ สีขาว สีแดง สีเหลือง สีเขียว สีฟ้า สีน้ำตาล สีส้ม สีชมพู สีม่วง และสีเทา โดยแต่ละภาษาเนี่ย จะมีลำดับการกำเนิดคำเรียกสี (Heirarchy of color terms) ที่เหมือนๆกันด้วยแหละ ลองมาดูในแผนภาพนี้กันเลย
จากแผนภาพเราจะเห็นได้ว่า ลำดับการเกิดคำเรียกสีในแต่ละภาษาจะไล่จากทางซ้ายของแผนภาพ ไปยังทางขวาของแผนภาพค่ะ ก็จะเห็นได้ว่า ทุกภาษาจะมีคำเรียกสีอย่างน้อยสุดก็เริ่มจากสีดำกับสีขาว หรือจะเรียกว่าสีมืดกับสีสว่าง จากนั้นก็จะค่อยๆไล่มาทางด้านขวาเรื่องๆ ทำให้เราสามารถคาดเดาได้ว่า หากภาษาใดมีคำเรียกสีส้ม สีชมพูแล้ว ก็จะต้องมีคำเรียกสีดำ สีขาว สีเหลือง สีแดง และสีอื่นๆซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือของแผนภาพอย่างแน่นอน
แต่คำเรียกสีพื้นฐาน หรือ Basic color terms ยังไม่จบเพียงเท่านี้ จากการศึกษาของคุณ Berlin & Kay เรายังสามารถสังเกตได้อีกด้วยว่า คำเหล่านี้จะมีลักษณะร่วมกันดังนี้
1.เป็นคำคำเดียว
2.เป็นคำที่เจ้าของภาษารู้จักกันดี พูดแล้วรู้จักว่าสีนี้คือสีอะไร
3.เป็นคำที่ใช้ในความหมายกว้าง และไม่จำกัดการใช้ สามารถพูดได้กับสิ่งของหลายประเภท
4.ไม่ได้มาจากคำอื่น มีความเป็นสมมติสูง ก็คือ ไม่มีเหตุผลใดๆในการตั้งชื่อสีว่าแบบนี้ เช่น สีแดง สีดำ ก็เป็นคำที่ไม่ได้อิงมาจากสิ่งของหรือคำอื่นๆ ไม่รู้ทำไมเรียกว่าแดง หรือดำ ซึ่งจะแตกต่างจากสีฟ้าน้ำทะเล ที่ก็ยืมคำมาจากคำว่าน้ำทะเลมาอธิบายสี แบบนี้ก็จะหลุด concept ของคำเรียกสีพื้นฐานไปนั่นเองค่ะ
อ่าว แล้วพวกคำเรียกสีอย่างสีฟ้าน้ำทะเล หรือคำเรียกสีในในภาษาญี่ปุ่นอย่างเช่น 緑色 (みどりいろ) ที่แปลว่าสีเขียว ที่มาจากการเอาคำว่า 緑 ที่แปลว่าธรรมชาติ มารวมกับคำว่า 色 ที่แปลว่าสี แบบนี้ คำพวกนี้จะเป็นคำเรียกสีแบบไหน คำตอบก็คือ คำพวกนี้จะเรียกว่า คำเรียกสีเปรียบเทียบ ซึ่งคือคำเรียกสีเหมือนกัน แต่ว่าใช้คำที่เปรียบเทียบสีกับวัตถุสิ่งของต่างๆ และต้องมีคำว่า ”สี” นำหน้าเสมอ ไม่งั้นคนฟังอาจจะงงได้ว่าสรุปจะหมายถึงสิ่งของหรือหมายถึงสีกันแน่นั่นเอง
ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็มีคนออกมาแย้งว่า การศึกษาของคุณBerlin & Kay ก็มีช่องโหว่อยู่ค่ะ เนื่องจากบางภาษาที่มีคำเรียกสีม่วง สีน้ำตาล ทั้งๆที่ไม่มีการแยกระหว่างสีเขียวกับสีฟ้า ก็ยังมีอยู่ ซึ่งจะไม่ตรงตามเรื่องลำดับการเกิดคำเรียกสี อย่างเช่น ภาษาทาราหุมารา (Tarahumara) ในแม็กซิโก ภาษาเวียดนาม หรือแม้แต่ภาษาญี่ปุ่นก็ตามค่ะ
วกกลับมาในประเด็นของภาษาญี่ปุ่น ในภาษาญี่ปุ่นเองก็มีการศึกษาเกี่ยวกับประเด็นเรื่องนี้มากมายเหมือนกันค่ะ ซึ่งญี่ปุ่นเองก็มีประวัติศาสตร์ของคำเรียกสีมาอย่างยาวนาน โดยคำเรียกสีของญี่ปุ่นในสมัยก่อนมีด้วยกัน 4 สี ก็คือ 黒(くろ) 白(しろ) 赤(あか) 青(あお) หรือสีดำ สีขาว สีแดง และสีฟ้านั่นเองค่ะ ซึ่งในกรณีของคำว่า 青 ที่ใช้เรียกทั้งสีฟ้าและสีเขียวไม่มีการแบ่งแยกอย่างชัดเจนในทางความหมาย ทำให้มีการใช้คำๆนี้อธิบายทั้งสิ่งที่มีสีฟ้า และสีเขียวซึ่งมีความใกล้เคียงกัน เช่น 青いリンゴ ที่แปลว่าแอปเปิ้ลเขียว 青葉 ที่แปลว่าใบไม้สีเขียวและ 青空 ที่แปลว่าท้องฟ้าสีฟ้านั่นเองค่ะ แม้ในยุคเฮอันจะเริ่มมีการเข้ามาของคำว่า 緑 หรือสีเขียวก็ตาม 緑 ก็ยังถูกจัดอยู่ในหมวดของ 青 และยังมีการใช้ 青 กันมากกว่าโดยเฉพาะคำในหมวดธรรมชาติ พืชผัก แต่มีการแบ่งแยกระหว่าง 青 กับ 緑 ที่ชัดเจนในคำศัพท์หมวดหมู่อื่นๆ เช่น สิ่งของที่เป็นแฟชั่นต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา คนญี่ปุ่นยังมีการใช้คำเรียกสีฟ้าคำใหม่ เพื่อแยกกับคำว่า 青 นั่นก็คือคำว่า 水色 (みずいろ) อีกด้วย
ส่วนเรื่องไฟจราจร แม้ไฟจราจรจะเริ่มเข้ามาในสังคมญี่ปุ่นในยุคโชวะ ซึ่งสังคมเริ่มมีความทันสมัยก็ตาม แต่ด้วยความเคยชินในการใช้ 青 ของคนญี่ปุ่น จึงเรียกไฟเขียวบนไฟจราจรว่า 青い信号(あおいしんごう) แม้ในตอนแรกจะเรียกกันว่า みどり信号 ก็ตามทีค่ะ
ที่มา : https://news.mynavi.jp/article/20170303-a058/
https://th.anngle.org/j-culture/aoimidori.html
https://www.alc.co.jp/jpn/article/faq/04/185.html
http://www.academicstar.us/UploadFile/Picture/2014-3/201432003913704.pdf
https://www.wonderfulcolors.org/blog/basic-color-terms-their-universality-and-evolution-by-berlin-and-kay/
ทุกคนเคยสงสัยกันมั้ยคะ ว่าจริงๆแล้วถึงคนเราจะมองเห็นสีต่างๆบนโลกนี้เหมือนกัน แต่ในแต่ละภาษามีการตั้งคำเรียกสีเหล่านั้นขึ้นมายังไงกันบ้าง แล้วมันจะเหมือนกันไปหมดทั้งโลกนี้รึป่าวนะ ข้อสงสัยนี้ก็เกิดขึ้นจากตอนที่เราเรียนภาษาญี่ปุ่นนั่นเองค่ะ ตอนที่เราเรียนเรื่องสีกัน ทุกคนเคยสังเกตมั้ยคะว่ามันจะมีคำคำนึงที่พวกเราอาจจะเคยสับสนมาก่อนว่าสรุปแล้วคำๆนี้จะต้องแปลว่าสีอะไรในภาษาไทยกันน้า
ติ๊กต่อกติ๊กต่อก
ใช่แล้วค่ะ นั่นคือคำว่า 青 (あお) หรือ 青い (あおい) ที่จะแปลว่าสีน้ำเงินก็ได้ สีเขียวย่อมได้ ตอนเรียนนี่เป็นงงไปพักนึงเลยล่ะค่ะว่าทำไมไฟจราจรที่เป็นไฟเขียวของญี่ปุ่นถึงใช้คำว่า 青 กัน นั่นมันสีน้ำเงินไม่ใช่หรอ หรือแอปเปิ้ลเขียว แต่ทำไมภาษาญี่ปุ่นกลับใช้คำว่า 青いりんご
ด้วยความสงสัยนี้ เราก็เลยได้ลองไปหาคำตอบว่าทำไมกันนะ ทำไมภาษาญี่ปุ่นถึงมีการใช้คำว่า 青 เพื่อสื่อถึงสีทั้งสองสีรวบไปในคำๆเดียวกัน ไม่เหมือนกับในภาษาไทย
ก่อนที่จะไปหาคำตอบเรื่องคำเรียกสีในภาษาญี่ปุ่น เรามารู้จักคำเรียกสีพื้นฐานกันก่อนดีกว่าว่าคืออะไร
แน่นอนว่า ในทุกภาษาย่อมมีคำเรียกสี แล้วแต่ว่าจะมีมากหรือน้อยแค่ไหน และแต่ละภาษาจะจำแนกหมวดหมู่แต่ละสียังไงก็จะแตกต่างกันออกไป มีการศึกษาเรื่องเกี่ยวกับคำเรียกสีสันต่างๆของคุณBerlin & Kay ในปี 1969 ได้ทดลองให้ผู้พูด 20 คนที่พูดภาษาแตกต่างกันมาจัดประเภทสี โดยใช้ Munsell chips หรือชาร์ตสีต่างๆรวมถึง 330 เฉดสีกันเลย! เพื่อดูว่าคนที่พูดแต่ละภาษาเนี่ยเขามีการแยกขอบเขตของแต่ละสียังไง เช่น สีแดงมีขอบเขตตั้งแต่เฉดสีไหนถึงสีไหน และดูว่าใจกลางของแต่ละสีสำหรับคนพูดแต่ละภาษาคือตรงไหน ซึ่งใจกลางสี(focal color) ก็คือ สีที่คนมองแล้วรู้สึกว่านี่แหละคือตัวอย่างของสีในอุดมคติเลย เช่น ถ้าพูดถึงสีแดง สีแดงในอุดมคติคือสีเฉดนี้เลย โดยจะทำการจุดสีที่คิดว่าเป็นใจกลางสีเอาไว้ และนี่ก็คือตัวอย่างคร่าวๆที่ได้จากการทดลองค่ะ
ผลที่ออกมาก็คือ คนที่พูดแต่ละภาษาก็มีการแบ่งขอบเขตของแต่ละสีต่างกันไป แต่ทุกภาษามีการกำหนดใจกลางแต่ละสีที่เหมือนๆกัน! เรียกได้ว่ามีลักษณะของคำเรียกสีที่เป็นสากลอยู่ โดยคำเรียกสีพื้นฐานที่แต่ละภาษามีร่วมกันมีอยู่ 11 สี ได้แก่ สีดำ สีขาว สีแดง สีเหลือง สีเขียว สีฟ้า สีน้ำตาล สีส้ม สีชมพู สีม่วง และสีเทา โดยแต่ละภาษาเนี่ย จะมีลำดับการกำเนิดคำเรียกสี (Heirarchy of color terms) ที่เหมือนๆกันด้วยแหละ ลองมาดูในแผนภาพนี้กันเลย
จากแผนภาพเราจะเห็นได้ว่า ลำดับการเกิดคำเรียกสีในแต่ละภาษาจะไล่จากทางซ้ายของแผนภาพ ไปยังทางขวาของแผนภาพค่ะ ก็จะเห็นได้ว่า ทุกภาษาจะมีคำเรียกสีอย่างน้อยสุดก็เริ่มจากสีดำกับสีขาว หรือจะเรียกว่าสีมืดกับสีสว่าง จากนั้นก็จะค่อยๆไล่มาทางด้านขวาเรื่องๆ ทำให้เราสามารถคาดเดาได้ว่า หากภาษาใดมีคำเรียกสีส้ม สีชมพูแล้ว ก็จะต้องมีคำเรียกสีดำ สีขาว สีเหลือง สีแดง และสีอื่นๆซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือของแผนภาพอย่างแน่นอน
แต่คำเรียกสีพื้นฐาน หรือ Basic color terms ยังไม่จบเพียงเท่านี้ จากการศึกษาของคุณ Berlin & Kay เรายังสามารถสังเกตได้อีกด้วยว่า คำเหล่านี้จะมีลักษณะร่วมกันดังนี้
1.เป็นคำคำเดียว
2.เป็นคำที่เจ้าของภาษารู้จักกันดี พูดแล้วรู้จักว่าสีนี้คือสีอะไร
3.เป็นคำที่ใช้ในความหมายกว้าง และไม่จำกัดการใช้ สามารถพูดได้กับสิ่งของหลายประเภท
4.ไม่ได้มาจากคำอื่น มีความเป็นสมมติสูง ก็คือ ไม่มีเหตุผลใดๆในการตั้งชื่อสีว่าแบบนี้ เช่น สีแดง สีดำ ก็เป็นคำที่ไม่ได้อิงมาจากสิ่งของหรือคำอื่นๆ ไม่รู้ทำไมเรียกว่าแดง หรือดำ ซึ่งจะแตกต่างจากสีฟ้าน้ำทะเล ที่ก็ยืมคำมาจากคำว่าน้ำทะเลมาอธิบายสี แบบนี้ก็จะหลุด concept ของคำเรียกสีพื้นฐานไปนั่นเองค่ะ
อ่าว แล้วพวกคำเรียกสีอย่างสีฟ้าน้ำทะเล หรือคำเรียกสีในในภาษาญี่ปุ่นอย่างเช่น 緑色 (みどりいろ) ที่แปลว่าสีเขียว ที่มาจากการเอาคำว่า 緑 ที่แปลว่าธรรมชาติ มารวมกับคำว่า 色 ที่แปลว่าสี แบบนี้ คำพวกนี้จะเป็นคำเรียกสีแบบไหน คำตอบก็คือ คำพวกนี้จะเรียกว่า คำเรียกสีเปรียบเทียบ ซึ่งคือคำเรียกสีเหมือนกัน แต่ว่าใช้คำที่เปรียบเทียบสีกับวัตถุสิ่งของต่างๆ และต้องมีคำว่า ”สี” นำหน้าเสมอ ไม่งั้นคนฟังอาจจะงงได้ว่าสรุปจะหมายถึงสิ่งของหรือหมายถึงสีกันแน่นั่นเอง
ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็มีคนออกมาแย้งว่า การศึกษาของคุณBerlin & Kay ก็มีช่องโหว่อยู่ค่ะ เนื่องจากบางภาษาที่มีคำเรียกสีม่วง สีน้ำตาล ทั้งๆที่ไม่มีการแยกระหว่างสีเขียวกับสีฟ้า ก็ยังมีอยู่ ซึ่งจะไม่ตรงตามเรื่องลำดับการเกิดคำเรียกสี อย่างเช่น ภาษาทาราหุมารา (Tarahumara) ในแม็กซิโก ภาษาเวียดนาม หรือแม้แต่ภาษาญี่ปุ่นก็ตามค่ะ
วกกลับมาในประเด็นของภาษาญี่ปุ่น ในภาษาญี่ปุ่นเองก็มีการศึกษาเกี่ยวกับประเด็นเรื่องนี้มากมายเหมือนกันค่ะ ซึ่งญี่ปุ่นเองก็มีประวัติศาสตร์ของคำเรียกสีมาอย่างยาวนาน โดยคำเรียกสีของญี่ปุ่นในสมัยก่อนมีด้วยกัน 4 สี ก็คือ 黒(くろ) 白(しろ) 赤(あか) 青(あお) หรือสีดำ สีขาว สีแดง และสีฟ้านั่นเองค่ะ ซึ่งในกรณีของคำว่า 青 ที่ใช้เรียกทั้งสีฟ้าและสีเขียวไม่มีการแบ่งแยกอย่างชัดเจนในทางความหมาย ทำให้มีการใช้คำๆนี้อธิบายทั้งสิ่งที่มีสีฟ้า และสีเขียวซึ่งมีความใกล้เคียงกัน เช่น 青いリンゴ ที่แปลว่าแอปเปิ้ลเขียว 青葉 ที่แปลว่าใบไม้สีเขียวและ 青空 ที่แปลว่าท้องฟ้าสีฟ้านั่นเองค่ะ แม้ในยุคเฮอันจะเริ่มมีการเข้ามาของคำว่า 緑 หรือสีเขียวก็ตาม 緑 ก็ยังถูกจัดอยู่ในหมวดของ 青 และยังมีการใช้ 青 กันมากกว่าโดยเฉพาะคำในหมวดธรรมชาติ พืชผัก แต่มีการแบ่งแยกระหว่าง 青 กับ 緑 ที่ชัดเจนในคำศัพท์หมวดหมู่อื่นๆ เช่น สิ่งของที่เป็นแฟชั่นต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา คนญี่ปุ่นยังมีการใช้คำเรียกสีฟ้าคำใหม่ เพื่อแยกกับคำว่า 青 นั่นก็คือคำว่า 水色 (みずいろ) อีกด้วย
ส่วนเรื่องไฟจราจร แม้ไฟจราจรจะเริ่มเข้ามาในสังคมญี่ปุ่นในยุคโชวะ ซึ่งสังคมเริ่มมีความทันสมัยก็ตาม แต่ด้วยความเคยชินในการใช้ 青 ของคนญี่ปุ่น จึงเรียกไฟเขียวบนไฟจราจรว่า 青い信号(あおいしんごう) แม้ในตอนแรกจะเรียกกันว่า みどり信号 ก็ตามทีค่ะ
ที่มา : https://news.mynavi.jp/article/20170303-a058/
https://th.anngle.org/j-culture/aoimidori.html
https://www.alc.co.jp/jpn/article/faq/04/185.html
http://www.academicstar.us/UploadFile/Picture/2014-3/201432003913704.pdf
https://www.wonderfulcolors.org/blog/basic-color-terms-their-universality-and-evolution-by-berlin-and-kay/






เป็นบทความที่ดีมาก งานวิจัยเรื่องสีที่นำมายก ดังมากนะคะ สรุปได้ชัดเจนและเปรียบเทียบกับภาษาญี่ปุ่นด้วย ดีมากและสนุกมากเลยค่ะ (ถ้ามีที่มาของแผนภาพที่แปะ หรืองานของ Berlin & Kay ด้วยจะดีมากๆค่ะ)
ตอบลบไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะว่าสีมีHierarchyด้วย! นึกว่าเมื่อก่อนคนเรารับรู้สีทุกสีพร้อมๆกันแล้วก็ตั้งชื่่อทีเดียวทั้งหมดเลย (笑) ได้ความรู้มากเลยค่ะ :D
ตอบลบเพิ่งรู้ว่ามีสีที่เป็นคำเรียกตัวสีเองและสีเปรียบเทียบด้วย
ตอบลบปังมาก ขอเอาไปใช้จ้ะ
ตอบลบเราเคยเจอประเด็นสีเขียวสีฟ้าในโคนันด้วย แต่รู้สึกว่ารายละเอียดจะไม่เยอะแล้วก็ไม่เป็นทฤษฎีเท่านี้ น่าสนใจมากๆเลย
ตอบลบดีมากเลย เราก็สงสัยมานานว่าทำไมเรียก青いทั้งๆที่เป็นสีเขียว ตอนนี้กระจ่างแล้ว
ตอบลบ