01 : ว่าด้วยเรื่องในห้องเรียน app jp ling ครั้งที่ 1!

สวัสดีค่ะทุกคน หลังจากที่วันนี้เราไปรับงานเล่นดนตรีกันมาอย่างหนักหน่วงมา ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะมาเขียนบล็อกกันแล้วล่ะ!

การได้เข้าไปนั่งเรียน app jp ling สัปดาห์นี้ก็ทำให้เราได้เรียนรู้ และรู้ถึงข้อบกพร่องที่ควรแก้ไขของเราเยอะแยะมากมายเลยแหละ555555 แต่จะมาเล่าถึงเรื่องที่เราชอบที่สุดในการเรียนครั้งน้ีกัน

เรื่องที่เราชอบที่สุดในครั้งนี้เลยก็คือ เรื่องของ 自己紹介 หรือการแนะนำตัวยังไงให้น่าสนใจ เราได้การบ้านมาจากสัปดาห์ก่อนว่าให้ไปฝึกเขียนแนะนำตัวมา และส่งให้กับอาจารย์ ตอนที่คิดว่าจะทำยังไงให้การแนะนำตัวของเราดูน่าสนใจดีก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ยากมากพอสมควรเลยแหละ จินตนาการไม่ออกเลยว่าควรเขียนออกมาในรูปแบบไหน แต่พอได้รับ feed back จากอาจารย์และเพื่อนๆก็ทำให้เราได้รู้อะไรอีกหลายอย่างมากว่าต่อไปเราควรปรับปรุงงานเขียนของเรายังไงบ้าง เช่น ต้องระวังเรื่องการใช้ไวยากรณ์มากกว่านี้ เพราะยังใช้ไวยากรณ์แบบง่ายๆผิดอยู่ เช่น ถ้าเป็นเรื่องที่เป็น fact ในปัจจุบันก็ควรใช้รูปปัจจุบัน เช่นรูป ます หรือการใช้ ชื่อ と呼んでもいいです。ให้ความหมายในเชิงว่าเรามีสิทธิ์มากกว่าผู้ฟัง ซึ่งไม่ควรจะใช้ และจาก feed back โดยรวมของอาจารย์ทำให้รู้ว่า あの人 ที่ทุกคนรู้จักกันว่ามักจะใช้พูดถึงบุคคลที่ 3 ที่ทั้งผู้พูดและผู้ฟังรู้จัก สามารถใช้ในเชิงย้อนรำลึกเรื่องราวในอดีต หรือ 回想場面 เหมือนการพูดบ่นกับตัวเองคนเดียว แบบที่เรามักจะเห็นในซีรีย์ญี่ปุ่นเวลาตัวละครที่มีอายุพูดย้อนความหลังถึงอดีตเลย เป็นเรื่องที่เราเคยได้ยินมาก่อน แต่ไม่เคยได้กลับมาคิดถึงเรื่องการใช้ あの ของตัวละครเลยว่าทำไมถึงใช้ได้ ตอนที่ได้ฟังในห้องก็รู้สึกอ๋ออออขึ้นมาในใจมากๆเลยค่ะ




พอได้เรียนในครั้งนี้ทำให้เราเกิดการตั้งเป้าหมายการเรียนภาษาญี่ปุ่นในเทอมนี้ขึ้นมาด้วย นั่นก็คือ เราอยากใช้ภาษาญี่ปุ่นให้ถูกต้องและเป็นธรรมชาติมากขึ้นแหละ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหน แต่จะพยายามค่ะ เพราะพอได้มานั่งเรียนวิชานี้ อย่างในครั้งที่ผ่านมา เรื่องการพูดภาษาญี่ปุ่นอย่างฉลาด ก็ทำให้เรารู้ว่าขั้นตอนแรกเราควรจะมีคลังคำศัพท์คันจิ หรือว่า 漢文 ด้วย ซึ่งพอได้เรียนและทำแบบฝึกหัดก็ทำให้เรารู้ว่า โอ้ เรารู้ศัพท์น้อยเกินไปจริงๆ ต้องขยันค้นคว้าหาคำศัพท์ให้มากกว่านี้!


_________________________________________________________________________________

หลังจากพูดเรื่องเกี่ยวกับในห้องเรียนมาเยอะแยะมากมาย ตอนนี้เราจะขอนอกเรื่องมาสู่เรื่องขนมของเราดีกว่าค่ะ สุดท้ายก็อดวกเข้ามาเรื่องขนมไม่ได้เลยแหละ วันนี้ก็อยากมาพูดถึงคำกริยาคำนึงที่เกี่ยวกับการทำขนมกันค่ะ

นั่นก็คืออออ การอบนั่นเอง หรือที่ในภาษาญี่ปุ่นใช้คำว่า 焼く

นี่เป็นเรื่องที่เราสงสัยมานานแล้วว่า ทำไมคำว่าอบขนมเค้ก หรือ ケーキを焼く。 แต่ภาษาญี่ปุ่นกลับใช้เป็นคำว่า 焼く ที่หมายถึงการย่างด้วยนะ อย่างเช่น 焼き鳥 ที่แปลว่าไก่ย่าง แต่สำหรับในภาษาไทย การอบกับการย่างก็ถือเป็นคนละอย่างกันนี่นา ทำให้เวลาเรียนแล้วเจอคำศัพท์นี้ตอนแรกๆก็แอบจินตนาการถึงภาพการเอาเค้กไปปิ้งๆย่างๆบนเตาโดยไม่รู้ตัวเลยแหละ5555 ด้วยความสงสัยนี้เราก็เลยลองไปหาข้อมูลเกี่ยวกับความหมายของการอบในทั้งสองภาษามาเทียบกัน!

สิ่งที่ได้พบก็คือ ความหมายของคำว่า 焼く แน่นอนว่ามันมีความหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ไฟ สังเกตได้จากคันจิในคำว่า 焼く จะมี หรือตัวคันจิที่แปลว่าไฟเป็นส่วนประกอบ แต่ว่าคำว่า 焼く ไม่ได้หมายถึงแค่การให้อาหารสัมผัสกับไฟโดยตรงเพื่อให้อาหารสุก หรือแปลเป็นภาษาไทยว่าการปิ้ง การย่าง แต่ยังมีความหมายถึงการใช้ไฟทำให้ร้อนเพื่อผลิตบางสิ่งบางอย่างออกมา ในที่นี้ก็รวมไปถึงการอบขนมด้วยนั่นเอง ส่วนในภาษาไทย การอบคือการทำให้สิ่งที่อยู่ในที่ปิด ร้อนหรือสุกด้วยไอน้ำร้อนหรือไอไฟ โดยมีการใช้คำที่แยกออกไปจากการย่างที่อาหารจะสัมผัสไฟโดยตรงค่ะ

เราคิดว่าอาจเป็นเพราะในสังคมแต่ละสังคม ถ้าให้ความสำคัญกับสิ่งไหนก็จะมีความหลากหลาย หรือvarietion ของคำเยอะ ทำให้ความหมายของแต่ละคำก็มีความเฉพาะเจาะจงไปด้วย และในแต่ละภาษาก็มีการแบ่งความหมาย การมองภาพของสิ่งต่างๆที่แตกต่างกัน ในกรณีนี้อาจเป็นเพราะวัฒนธรรมการทำอาหารที่แตกต่างกันของไทยและญี่ปุ่น ทำให้ความหลากหลายของคำและการใช้คำในภาษาไทยกับภาษาญี่ปุ่นแตกต่างกันไปด้วย เช่น ในสังคมไทยอาจให้ความสำคัญกับการประกอบอาหารที่ต้องนำอาหารไปสัมผัสกับไฟ เช่น ผัด ปิ้ง ย่าง อบ เผา แต่ในสังคมญี่ปุ่นอาจไม่เน้นวิธีการประกอบอาหารแบบนี้ แต่ในความสำคัญกับการประกอบอาหารแบบอื่นแทน เช่น การประกอบอาหารที่ใช้น้ำ ภาษาญี่ปุ่นก็จะมีคำที่หลากหลายมาก เช่น ゆでる(ต้มในน้ำร้อนจนสุกแล้วเทน้ำทิ้ง) 炊く(หุงข้าว) 煮る(ต้ม) 沸かす(ต้มจนเดือด) เป็นต้น 

ด้วยเหตุนี้เลยอาจจะทำให้เวลาเราเรียนภาษาญี่ปุ่นก็อาจจะจินตนาการภาพได้ไม่ค่อยชัดเจนว่าทำไมการอบเค้กถึงใช้คำกริยาเดียวกันกับคำว่าย่างนั่นเองค่ะ

ที่มา : https://kotobank.jp/word/焼く-9411
          https://tomiz.com/contents/cookie-basic
          http://www.royin.go.th/?knowledges=อบ-๙-กุมภาพันธ์-๒๕๕๕
          https://www.kaigo-kyuujin.com/oyakudachi/skill/14350/


ความคิดเห็น

  1. ชอบเล่นดนตรีและทำขนม? ดีจังเลย คำกริยาปรุงอาหารในภาษาไทยและญี่ปุ่นมีความแตกต่างกันตามวัฒนธรรมอย่างที่เขียนเลยค่ะ

    ตอบลบ
  2. "สังคมแต่ละสังคม ถ้าให้ความสำคัญกับสิ่งไหนก็จะมีความหลากหลาย หรือvarietion ของคำเยอะ ทำให้ความหมายของแต่ละคำก็มีความเฉพาะเจาะจงไปด้วย"
    ตรงนี้น่าสนใจมากครับ จริงๆ ในภาษาศาสตร์ปริชาน (cognitive linguistics) มีคำเรียกว่า "construal" หรือ "捉え方" ก็คือ "มองและแบ่งโลกอย่างไร" เช่น ชื่อสี ทิศทาง อะไรประมาณนี้ ภาษาจะแสดงทั้งความหมายและ construal ของสังคมนั้น การมองโลกของคนญี่ปุ่นกับคนไทยไม่เหมือนกัน ซึ่งทำให้คำเรียกการทำอาหารไม่เหมือนกัน ถ้าสนใจเรื่องนี้ก็ค่อยคุยกันนะครับ 555

    ตอบลบ
  3. เรื่อง焼くนี่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยค่ะ พอมาลองคิดดีๆแล้วการแปลได้ดีนี้เรารู้แค่คำแปลไม่ได้นะคะเนี่ย ต้องดูคำจำกัดความของมันด้วยสินะคะ

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

04 : ら抜き言葉 เกี่ยวอะไรกับภาษากับเพศกันนะ?

03 : นุ่มนิ่มนุ่มนิ่มแบบ クッション言葉