บทความ

มาถึงการสรุปผลกันแล้วล่ะ

รูปภาพ
สวัสดีค่ะทุกคน กลับมาพบกันในบล็อกอีกเช่นเคย วันนี้เราไม่ได้มีหัวข้อใหม่ๆมานำเสนอให้กับเพื่อนๆทุกคน แต่ว่าเราจะมาสรุปบล็อกทั้งหมดที่เราได้ทำมาในวิชา app jp ling กันค่ะ ว่าตลอด 1 เทอมที่ผ่านมา กับ การทำบล็อก 10 บล็อกมีเรื่องอะไรบ้าง หรือเราได้เรียนรู้อะไรบ้างจากบล็อกและวิชาที่ได้เรียนมาค่ะ เริ่มแรกเรามาดูกันที่บล็อกเลยดีกว่า เอาจริงๆอยากจะบอกว่าแต่ก่อนเราไม่ใช่สาย content creator เลย ไม่เคยทำยูทูป แล้วก็ไม่เคยเขียนบล็อกมาก่อนในชีวิต เคยแต่ดูและอ่านงานของคนอื่นๆ พอเทอมนี้ต้องมาเขียนบล็อกเลยรู้สึกว่ามันเป็นประสบการณ์เปิดโลกมากๆสำหรับเรา ที่ต้องมานั่งหาข้อมูลภาษาศาสตร์ คิดเชื่อมโยงกับภาษาญี่ปุ่น แล้วเขียนออกมาให้ทุกคนเข้าใจได้ง่าย และน่าสนใจ ฮือๆ ตอนแรกก็แอบมีความยากและท้าทายสำหรับเราเลยค่ะ แต่ว่าพอได้เขียนบล็อกไปเรื่อยๆในระยะเวลา 4-5 เดือนมานี้ก็เริ่มชินกับการเขียนหรือคิดหัวข้อที่สร้างสรรค์มากขึ้นเรื่อยๆแล้วค่ะ เย้เย้ ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าตลอดเทอมนี้เราได้เขียนบล็อกอะไรกันบ้าง มาดูสารบัญของเรากันเลยดีกว่า! 00 : บล็อกนี้นี่มันเกี่ยวกับอะไรกันนะ? 01 : ว่าด้วยเรื่องในห้องเรียน app...

10 : ถ้ามองเวลาในภาษาญี่ปุ่นเป็นทิศทาง จะเกิดอะไรขึ้น!

รูปภาพ
สวัสดีค่ะทุกคน กลับมาพบกันในบล็อกอีกแล้วนะคะ หลังจากห่างหายไปกันช่วงนึง เพราะเป็นช่วงวุ่นวายกับการสอบไฟนอลนั่นเองค่ะ! เรียนไปเรียนมา แป๊บเดียวก็กำลังจะเรียนจบปี 3 ซะแล้ว เทอมหน้าเป็นปี 4 แล้ว รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมากๆเลยล่ะค่ะ วันนี้เราจะกลับมาพูดถึงภาษาศาสตร์กับภาษาญี่ปุ่นกันอีกเช่นเคย เป็นหัวข้อที่เหมือนจะพูดไปแล้ว แต่ก็ยังพูดไม่จบเพราะเรื่องนี้ช่างมีหลายประเด็นที่น่าสนใจเหลือเกิน นั่นก็คือ เรื่องของเวลานั่นเองค่ะ ความเดิมตอนที่แล้ว เราได้มาพูดถึงเรื่องว่าภาษาญี่ปุ่นเนี่ย เป็นภาษาที่มีกาล มีการผันรูปอดีต ก็เลยดึงสมมติฐานของคุณซาเพียร์-วอร์ฟขึ้นมาเพื่ออธิบายว่า ถ้าอย่างนั้น คนญี่ปุ่นจะมีความใส่ใจต่อรายละเอียดเรื่องเวลามากกว่าคนที่พูดภาษาอื่นที่ไม่มีการผันรูปอดีตมั้ย ในวันนี้เราก็จะมาพูดต่อในอีกประเด็นเกี่ยวกับเวลาอีกเช่นเคย นั่นก็คือ ภาษาญี่ปุ่นมีการมองเวลาเป็นทิศทางยังไง มองอดีตกับอนาคตยังไงบ้างนั่นเองค่ะ มาถึงตรงนี้หลายคนก็อาจจะสงสัยใช่มั้ยล่ะคะว่า เอ๊ะ แล้วเวลา มันไปเกี่ยวกับทิศทางยังไง เวลามีทิศทางด้วยหรอ ด้วยเหตุนี้เราก็เลยจะขอเกริ่นถึงเรื่องของ Metaphor หรือ อุปลักษณ์...

09 : อูมามิ กลมกล๊อมกลมกล่อม

รูปภาพ
สวัสดีค่ะทุกคน กลับมาพบกันในบล็อกอีกเช่นเคยนะคะ วันนี้เราก็จะมาพูดถึงเรื่องนอกห้องเรียนที่คุมธีมภาษาศาสตร์และภาษาญี่ปุ่นอีกเช่นเคยยย อย่างที่เห็นกันในหัวข้อด้านบนแล้ว ใช่ค่ะ เราจะมาพูดถึงเรื่อง รสอูมามิ นั่นเองค่ะ! แน่นอนว่าทุกคนก็อาจจะเคยได้ยินคำว่า รสอูมามิ ผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแล้ว จากการที่รสชาตินี้ไปโผล่ตามโฆษณามากมาย โดยเฉพาะ ผงชูรสยี่ห้อ Ajinomoto ใช่มั้ยล่ะคะ แต่ว่ารสอูมามิเนี่ยมันเป็นยังไง ทำไมเรียกว่าอูมามิ แล้วในภาษาไทยเราควรเรียกรสชาตินี้ว่ายังไง มันมีแต่ในอาหารญี่ปุ่นรึป่าว เราก็เกิดข้อสงสัยขึ้นมามากมายเลยล่ะค่ะ ก่อนอื่นเลย ใน ความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรม เนี่ย แต่ละสังคมจะมีการจัดหมวดหมู่ของคำที่แตกต่างกัน และจำนวนคำในหมวดหมู่ต่างๆก็จะมีจำนวนความมากน้อยที่แตกต่างกันไปด้วย ถ้าเกิดว่าสังคม มีคำในหมวดหมู่ไหนเยอะๆ ก็เป็นไปได้ว่าสังคมนั้นให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นมาก นั่นเองค่ะ  ซึ่งมันก็จะสะท้อนชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมในสังคมนั้นๆได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ภาษาเอสกิโมมีคำเรียกหิมะหลายคำ หรือ ภาษาอารบิกมีคำเรียกอินทผาลัม ซึ่งเป็นพืชในท้องถิ่นของเขาหลายคำ เช...

08 : การตั้งชื่ออาหารนั้นสำคัญไฉน

รูปภาพ
สวัสดีค่ะทุกคน กลับมาพบกันในบล็อกอีกเช่นเคยค่ะ สำหรับสัปดาห์นี้แม้เราจะไม่มีเรียนวิชา app jp ling แต่ว่าบล็อกของเราก็จะยังมาอยู่เรื่อยๆไม่ให้ทุกคนได้เหงากันแน่นอนค่ะ เย้ วันนี้เราก็มาในหัวข้อที่นอกเหนือจากในห้องเรียนอีกเช่นเคย แต่ไม่หลุดไปจากตีมภาษาศาสตร์และภาษาญี่ปุ่นอย่างแน่นอน ให้ทายว่าคืออะไร ติ๊กต่อกติ๊กต่อก วันนี้เราจะมาพูดเรื่อง การตั้งชื่ออาหารกันค่ะ! แน่นอนว่าอาหารเป็นสิ่งที่เราชอบม้ากมาก ในหัวก็คิดถึงแต่เรื่องของกินตลอดเวลา วันนี้จะกินขนมร้านนั้นดีมั้ย หรือเลิกเรียนแล้วไปกินไอติมแบรนด์นี้ดี โห คิดไม่หยุดเลยค่ะ มีของให้กินตั้งหลากหลายแบรนด์ แล้วเราก็จำได้ตั้งหลายแบรนด์เลยล่ะค่ะ แต่ว่าทุกคนเคยสงสัยกันมั้ยคะว่า การที่อาหารแต่ละแบรนด์จะเลือกตั้งชื่อแบรนด์หรือชื่ออาหารกันเนี่ย เขามีเทคนิกยังไงน้อชื่อถึงจำง่ายติดหูจัง แถมแต่ละชื่อก็ดูเกร๋ๆ พูดถึงที่ไรก็อ๋อ นึกภาพอาหารที่ใช้ชื่อนี้คร่าวๆออกกันเลย จริงๆแล้วการตั้งชื่อแบรนด์ต่างๆมันประกอบด้วยหลายปัจจัยมากๆเลย ทุกคนเคยสังเกตกันมั้ยคะว่านอกจากความหมายของชื่อแบรนด์แล้วเนี่ย การออกเสียงก็ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่คนจะจินตนาการ...

07 : ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่มีกาล

รูปภาพ
สวัสดีค่ะทุกคน กลับมาพบกันในบล็อกอีกเช่นเคยนะคะ บล็อกครั้งนี้ก็เป็นบล็อกนอกเรื่องอีกเช่นเคยค่ะ วันนี้เราก็จะมาพูดถึงอีกประเด็นที่เราได้ไปค้นคว้าแล้วก็สนใจมากๆเหมือนกันเกี่ยวกับภาษาศาสตร์และภาษาญี่ปุ่นนั่นเอง คราวนี้ไม่ได้มาในเรื่องคำเรียกสีเหมือนครั้งที่แล้ว แต่เราจะมากันในเรื่อง ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่มีกาล นั่นเองงงง แน่นอนว่า ถ้าเราเรียนภาษาญี่ปุ่นกันมา เราก็จะรู้กันว่าภาษาญี่ปุ่นน่ะมันมีกาล แต่ว่าเอ๊ะ กาลในที่นี้หมายถึงอะไร มันก็หมายถึง present tense กับ past tense ที่ปรากฎอยู่ในไวยากรณ์ นั่นเองค่ะ อย่างเช่น ถ้าเราพูดว่า ฉันกิน เป็นรูปปัจจุบัน ก็จะใช้คำว่า 食べます (たべます) แต่ถ้าเราจะพูดว่า ฉันกินไปแล้ว เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วในอดีต ก็จะใช้ไวยากรณ์รูปอดีต นั่นคือ 食べました (たべました) ค่ะ ถ้าเทียบกับในภาษาไทยเราก็จะเห็นความแตกต่างกันใช่มั้ยล่ะคะ ว่าภ าษาไทยเนี่ยก็จะไม่มีลักษณะของไวยากรณ์รูปอดีต รูปปัจจุบัน แบบในภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาอังกฤษ เรียกได้ว่า ภาษาไทยเป็นภาษาที่ไม่มีกาล แต่ว่าเราจะใช้คำเพื่อบ่งชี้เวลาแทน เช่นคำว่า เมื่อวาน วันนี้ ตอนนี้ แล้ว เป็นต้นค่ะ  ประเด็นในวันนี้มันอ...

06 : 青 คือสีเขียวหรือสีฟ้า?

รูปภาพ
สวัสดีค่ะทุกคน มาพบกันในบล็อกอีกแล้วนะคะ วันนี้เราจะมาในหัวข้อนอกห้องเรียนกันอีกครั้งนึงค่ะ แต่ครั้งที่มาพร้อมกับข้อสงสัยอย่างนึงที่เราสงสัยมานานแล้วเกี่ยวกับญี่ปุ่น นั่นก็คือ เรื่องของ คำเรียกสี นั่นเอง ทุกคนเคยสงสัยกันมั้ยคะ ว่า จริงๆแล้วถึงคนเราจะมองเห็นสีต่างๆบนโลกนี้เหมือนกัน แต่ในแต่ละภาษามีการตั้งคำเรียกสีเหล่านั้นขึ้นมายังไงกันบ้าง แล้ว มันจะเหมือนกันไปหมดทั้งโลกนี้รึป่าวนะ ข้อสงสัยนี้ก็เกิดขึ้นจากตอนที่เราเรียนภาษาญี่ปุ่นนั่นเองค่ะ ตอนที่เราเรียนเรื่องสีกัน ทุกคนเคยสังเกตมั้ยคะว่ามันจะมีคำคำนึงที่พวกเราอาจจะเคยสับสนมาก่อนว่าสรุปแล้วคำๆนี้จะต้องแปลว่าสีอะไรในภาษาไทยกันน้า ติ๊กต่อกติ๊กต่อก ใช่แล้วค่ะ นั่นคือคำว่า 青 (あお) หรือ 青い (あおい) ที่จะแปลว่าสีน้ำเงินก็ได้ สีเขียวย่อมได้ ตอนเรียนนี่เป็นงงไปพักนึงเลยล่ะค่ะว่าทำไม ไฟจราจรที่เป็นไฟเขียวของญี่ปุ่นถึงใช้คำว่า 青 กัน นั่นมันสีน้ำเงินไม่ใช่หรอ หรือ แอปเปิ้ลเขียว แต่ทำไมภาษาญี่ปุ่นกลับใช้คำว่า 青いりんご  ด้วยความสงสัยนี้ เราก็เลยได้ลองไปหาคำตอบว่าทำไมกันนะ ทำไมภาษาญี่ปุ่นถึงมีการใช้คำว่า 青 เพื่อสื่อถึงสีทั้งสองสีร...

05 : จะพัฒนาภาษาก็ต้องรู้ GAP ก่อน!

รูปภาพ
สวัสดีค่ะทุกคน กลับมาเจอกันอีกเช่นเคยในบล็อกนะคะ วันนี้ก็เป็นบล็อกสรุปเรื่องราวที่เราได้ไปพบเจอและเรียนรู้มาในห้องเรียน app jp ling ของสัปดาห์นี้ค่ะ เป็นการเรียนการสอนที่เป็นรูปแบบใหม่มากๆเลย เนื่องด้วยสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ในตอนนี้ ทำให้ห้องเรียน app jp ling ของเราได้เข้าสู่ระบบออนไลน์เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง แม้ระบบการเรียนการสอนจะเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย แต่เนื้อหาการเรียนการสอนก็ยังแน่นปึ๊กเหมือนเคย โดยในวันนี้เราจะมาพูดในเรื่องของการเรียนรู้ภาษานั่นเองค่ะ ในวิชา app jp ling ครั้งที่ผ่านๆมา เราก็ได้เรียนรู้วิธีการเรียนรู้ภาษาและการสอนภาษาที่น่าสนใจหลายอย่างเลย ยกตัวอย่างเช่น การจัดการเรียนการสอนด้วยการเน้น input เช่น เวลาสอนควรสอนเนื้อหาที่ยากกว่าความรู้ที่ผู้เรียนมีอยู่แล้ว 1 step ต่างๆ แต่ในวันนี้เราจะมาดูในฝั่ง output กันบ้างค่ะ สิ่งที่เราเรียนในสัปดาห์นี้นั่นก็คือ comprehensive output หรือภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า アウトプット仮説 (かせつ) นั่นเอง ซึ่งหมายความว่า นอกจาก input ที่เราได้รับเราจะต้องเข้าใจแล้วนั้น output ของเราก็จะ ต้องเป็นการสื่อสารออกไปแบบที่คนอื่นรู...